<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69414</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เศรษฐกิจไทยจะฟื้นแบบไหน?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เศรษฐกิจไทยเราจะฟื้นแบบไหน? หลายสำนักมองว่าศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงแน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ดูเหมือนจะเห็นตรงกันทั้งภาครัฐและเอกชนคือคงต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าปีสองปี และเป็นงานหนักที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันอย่างแข็งขันจึงจะประคองให้พ้นวิกฤติไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจีดีพีจะติดลงมากน้อยเพียงใดคงจะคาดเดาไม่ได้จนกว่าอะไรๆ จะ &amp;ldquo;นิ่ง&amp;rdquo; จากโควิด-19&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ปัญหาคือมันจะ &amp;ldquo;นิ่ง&amp;rdquo; ได้จริงหรือ เพราะปัจจัยความไม่แน่นอนมีสูงเหลือเกิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด ธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) ปรับตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้หดตัว 6.5% จากที่เคยประเมินที่ติดลบ 4.8%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางสำนักวิเคราะห์ว่า หากจะฟื้นก็ต้องดูว่าจะเป็นแบบตัว V หรือตัว U หรือ W หรือ L
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันก่อนได้อ่านบทวิเคราะห์จากสำนักวิจัย &amp;ldquo;กรุงศรี&amp;rdquo; ...ซึ่งดูเหมือนจะมองว่าการฟื้นตัวน่าจะเป็นรูปตัว U&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่จะเป็นตัว U ที่มีเส้นข้างล่างยาวสั้นแค่ไหนก็ไม่มีใครบอกได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางส่วนของบทวิเคราะห์นี้น่าสนใจครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเศรษฐกิจประจำเดือนมิถุนายน 2563 Monthly Economic Bulletin ของ &amp;ldquo;กรุงศรี&amp;rdquo; ประเมินความเปราะบางของประเทศต่างๆ อันเนื่องจากการระบาดของโควิด-19 รวมทั้งแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยว่าประเทศที่น่าจะฟื้นตัวได้เร็วคือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศที่ 1) สามารถควบคุมการระบาดของโควิด-19 ได้เร็ว 2) มีการตอบสนองทางนโยบายที่มีประสิทธิภาพ 3) มีขีดความสามารถทางนโยบาย และ 4) พึ่งพาภาคการท่องเที่ยวน้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เยอรมนี จีน และไต้หวัน เป็นประเทศอันดับต้นๆ ที่เศรษฐกิจจะฟื้นตัวเร็ว ขณะที่บราซิล แอฟริกาใต้ ตุรกี และเมียนมา เป็นประเทศที่เปราะบางที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากประเมินจากข้อแรก ควบคุมการระบาดของโควิด-19 นั้นยังมีหลายประเทศและหลายภูมิภาคที่ยังมีผู้ติดเชื้อจำนวนมากและสูงกว่า 20% ของระดับสูงสุด แม้ผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนข้อสอง ประสิทธิภาพของรัฐบาล กลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ หรือ emerging &amp;nbsp;market เปราะบางที่สุด นำโดยเมียนมา ลาว และบราซิล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ข้อสาม ขีดความสามารถทางนโยบายนั้น แอฟริกาใต้ อาร์เจนตินา และบราซิล มีขีดความสามารถทางนโยบายต่ำมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และข้อสี่ การพึ่งพาภาคการท่องเที่ยว ไทยและฮ่องกงได้รับผลกระทบมากที่สุด จึงใช้เวลานานกว่าจะฟื้นตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิจัยกรุงศรีบอกว่าเศรษฐกิจไทยได้เข้าสู่ภาวะถดถอยตั้งแต่ไตรมาสแรกปีนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถือว่าเป็นการหดตัวมากที่สุดนับตั้งแต่ประสบภาวะน้ำท่วมใหญ่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นผลจากการระบาดของโควิด-19 โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) ติดลบ 1.8% จากระยะเดียวกันของปีก่อน และติดลบ 0.2% จากไตรมาสก่อนหน้าหลังปรับผลของฤดูกาลออกแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หมายถึงการผลิตต่ำกว่าศักยภาพติดต่อกันสองไตรมาส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นแสดงว่าเศรษฐกิจไทยถดถอยแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บทวิเคราะห์นี้บอกว่าเศรษฐกิจไตรมาสแรกหดตัวจากการลงทุนในประเทศที่ลดลง 6.5% จากระยะเดียวกันของปีก่อน การบริโภคที่อ่อนตัว โดยขยายตัวเพียง 3% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และการส่งออกที่ร่วงลง 29.8% จากระยะเดียวกันของปีก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนเมษายนไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา การส่งออกและการบริโภคยังคงอ่อนตัว โดยการส่งออกไม่รวมทองคำติดลบ 10.3% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2015
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นลดลงไปที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ การลงทุนภาคเอกชนลดลง 6.1% และการบริโภคภาคเอกชนหดตัว 15.2%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ด้านอุปทานที่ฟื้นตัวจะมีผลต่อความเชื่อมั่นมากขึ้น แต่ความต้องการในประเทศยังคงอ่อนแอ ท่ามกลางการว่างงานที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วิจัยกรุงศรี&amp;rdquo; มองว่ายังมีความหวังว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัว เพราะตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศเป็นศูนย์ และมีการผ่อนคลายล็อกดาวน์ โดยดัชนีชี้วัดด้านการสัญจรได้เพิ่มขึ้นจากระดับต่ำสุดของเดือนเมษายน และดัชนีตลาดหลักทรัพย์ได้ปรับตัวขึ้นมาที่ระดับก่อนการระบาดของไวรัส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่มาตรการรักษาระยะห่างทางกายภาพและมาตรการล็อกดาวน์ที่ยังบังคับใช้ในบางด้าน ก็มีผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ผู้โดยสารระหว่างประเทศยังมีจำนวนน้อยมาก และกิจกรรมในธุรกิจค้าปลีกและสันทนาการยังเงียบเหงา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งยังมีความเสี่ยงในตลาดเงินหลังจากส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรกว้างขึ้น แม้มีการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แปลว่ายังต้องมีการประเมินสถานการณ์ทั้งด้านสาธารณสุขและเศรษฐกิจควบคู่กันไปอย่างระมัดระวัง.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(พรุ่งนี้ : จะฟื้นแบบไหน?)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69414</URL_LINK>
                <HASHTAG>emerging  market, กาแฟดำ, ธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
